ส่งเสริมวิถีเกษตรยั่งยืน ขยายขอบเขตพื้นที่ให้แมวป่า ในผืนป่าตะวันตก

เริ่ม 16 มี.ค. 2569
สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2570

เป็นโครงการขององค์กรแพนเทอราประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายใน 5 หมู่บ้าน ของตำบลเขาโจด (บ้านตีนตก บ้านน้ำพุล่าง บ้านเกรียงไกร บ้านเขาเหล็ก) และตำบลนาสวน (บ้านองหลุ) อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี

ชาวบ้านในพื้นที่เป้าหมายมีอาชีพหลักด้านการเกษตร แต่ที่ดินทั้งหมดไม่ได้มีเอกสารสิทธิ์ เนื่องจากอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ โดยทั่วไป ชาวบ้านยังคงดำรงวิถีการปลูกข้าวไร่ไว้บริโภคเองในครอบครัว แต่เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสิทธิ์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถปล่อยที่ดิน “ให้พักตัว” ได้นานเหมือนในอดีต ต้องปลูกข้าวไร่ซ้ำในแปลงที่ดินเดิม ส่งผลต่อผลิตภาพของข้าวไร่ ซึ่งจากการสำรวจชุมชนก่อนเริ่มโครงการ พบว่า มี 2 ชุมชน ที่มีความจำเป็นต้องซื้อข้าวเพื่อบริโภคมากกว่า 75% ของครอบครัวที่สุ่มสำรวจ (บ.เขาเหล็ก 93%, บ.องหลุ 78%) โดยการปลูกข้าวไร่ (เฉลี่ย 4 – 5 ไร่) แทบจะทุกครอบครัวจะใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช (ยกเว้น บ.องหลุ ที่มีการปลูกข้าวไร่เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของชุมชน) เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการกำจัดวัชพืช และพบมีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วย

ในเกือบทุกชุมชนเป้าหมาย (ยกเว้น บ.เขาเหล็ก) ที่ชาวบ้านจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยมีการปลูกเฉลี่ย 20 – 25 ไร่ และมีการใช้สารเคมีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสารกำจัดวัชพืช

จากบริบทชุมชนข้างต้น ทางมูลนิธิสายใยแผ่นดิน ได้ออกแบบกิจกรรมตามกรอบแนวทางโครงการ โดยมีกิจกรรมหลัก 5 เรื่อง คือ
1) การส่งเสริมเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนการผลิตมาเป็นเกษตรนิเวศน์
2) การสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรที่ผ่านการอบรม
3) การจัดแปลงสาธิต 1 แปลง/ชุมชน จำนวน 5 แปลง
4) การอบรมความรู้ด้านการตลาดผลผลิตให้กับตัวแทนเกษตรกร
5) การเชื่อมโยงตลาดผลผลิต ที่ชุมชนสามารถผลิตได้ ทั้งที่โครงการส่งเสริม หรือที่ชุมชนผลิตได้อยู่แล้ว

 

กิจกรรมเด่นที่ส่งเสริม คือ

(ก) ลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ในไร่ข้าว
โดยการใช้พืชสด ในโครงการนี้ ใช้ปอเทือง ปลูกก่อนข้าวไร่ 30-45 วัน แล้วตัดฟัน (ไม่จำเป็นต้องไถกลบ) ให้คลุมดิน ควบคุมวัชพืช เมื่อจะปลูกข้าว ให้ปลูกข้าวแบบหยอดหลุม โดยแหวกพืชสดที่คลุมดินออกก่อน รวมทั้งปลูกถั่วเขียวและงา หลังเก็บเกี่ยวข้าวไร่แล้ว

(ข) ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวโพด มาเป็นพืชยืนต้น เช่น กาแฟ ยางพารา รวมทั้งการปลูกพืชร่วมให้ร่มและพืชเศรษฐกิจ เพื่ออนุรักษ์ดินและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในแปลง

(ค) การเลี้่ยงไก่ไข่ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร โดยสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารได้เองจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น

(ง) การเลี้ยงชันโรง เพื่อกระจายช่องทางรายได้